Connect with us

ข่าวทั่วไป

เปิดข้อกม. เผยยายไม่ต้องจ่ายเบี้ยคนชรา 8.4 หมื่นบาทคืน

เป็นประเด็นที่หลายคนต่างพากันถกเถียงกันอยู่ในตอนนี้ เมื่อทาง อบต.ได้จ่ายเงินซ้ำซ้อนกับเงินบำนาญพิเศษกรณีลูกชายคุณยายซึ่งเป็นทหารเสียชีวิต โดยทางกรมบัญชีกลางจะขอเรียกเก็บเงินจำนวน 8.4 หมื่นบาทกับคุณยาย จนทำให้ชาวเน็ตต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ทางนายอุดม งามเมืองสกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ออกมาโพสต์ถึงข้อกฎหมายกับประเด็นที่เกิดขึ้นว่า “อบต.จ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุไม่ถูกต้อง (นานรวม 10 ปี เพราะจ่ายซ้ำซ้อนกับเงินบำนาญพิเศษกรณีลูกชายคุณยายซึ่งเป็นทหารเสียชีวิต) กรมบัญชีกลางและ อบต. จะเรียกเงินเบี้ยคนชราคืนจากคุณยายปัจจุบันอายุ 89 ปี

โดยจะเรียกเงินคืนย้อนหลัง รวมเป็นเงิน 84,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี ได้หรือไม่ความเห็นกรณีนี้เป็นกรณี “ลาภมิควรได้” ซึ่งหน่วยงานทางปกครอง คือ อบต. จะต้องใช้สิทธิฟ้องเรียกร้องในทางแพ่ง (ไม่ใช่คดีปกครอง เที่ยบเคียงคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 222/2560)หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ ป.พ.พ. มาตรา 412 ดังนั้น หากคุณยายได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุไว้โดยสุจริต

(หากฟังข้อเท็จจริงได้ว่าคุณยายไม่ทราบข้อกฎหมาย/ปิดบังข้อเท็จจริงที่ตนใช้สิทธิซ้ำซ้อน)และหากคุณยายรับเงินไว้โดยสุจริต และได้นำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่จะถูกเรียกคืน คุณยายจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 412 (เทียบเคียงกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10850/2559)

กรณีนี้ถือเป็นความบกพร่องในการตรวจสอบตรวจทาน เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ จึงต้องไปไล่เบี้ยกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อต่อไปป.พ.พ.มาตรา 412 ถ้าทรัพย์สินซึ่งได้รับไว้เป็นลาภมิควรได้นั้นเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ท่านว่าต้องคืนเต็มจำนวนนั้น เว้นแต่เมื่อบุคคลได้รับไว้โดยสุจริต

จึงต้องคืนลาภมิควรได้เพียงส่วนที่ยังมีอยู่ในขณะเมื่อเรียกคืนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10850/2559 จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยผิดหลง จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบอันเป็นลาภมิควรได้

หาใช่เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่และเมื่อได้ความว่าจำเลยได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 412″

ขอบคุณข้อมูล:อุดม งามเมืองสกุล

More in ข่าวทั่วไป

You cannot copy content of this page