กุมภาพันธ์ 2, 2023

เริ่มแล้ว มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ รีบลงทะเบียนด่วน

ถือว่าเป็นข่าวดีของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบการสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดรอบใหม่ เพราะทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตราการ มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรและสินเชื่อส่วนบุคคลที่เป็นหนี้เสีย โดยออกมาแจ้งว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. หรือ แบงก์ชาติใจดีอีกแล้ววววววว…รอบนี้จับมือ ศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี

กระทรวงยุติธรรมและผู้ให้บริการบัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคลจัดงาน “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล”ระหว่างวันที่ 14 ก.พ.-14 เม.ย.นี้ แบบออนไลน์เป้าหมายของโครงการนี้คือ…ต้องการลดภาระและช่วยเหลือหนี้สินให้กับประชาชน

เพราะตระหนักถึงความเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19โครงการนี้จะสร้างประโยชน์ทั้ง ลูกหนี้ และ เจ้าหนี้โดยการแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ การไกล่เกลี่ยหนี้ในระบบการเงินของไทยเพื่อลดปริมาณคดีในศาล และต้นทุนของระบบการเงินโดยรวม

งานนี้ให้สิทธิกับลูกหนี้เกือบทุกกลุ่ม

1.ลูกหนี้ที่ยังชำระปกติแต่เริ่มขาดสภาพคล่อง

2.ลูกหนี้ NPL ที่ยังไม่มีการฟ้อง-ระหว่างฟ้อง

3.ลูกหนี้ที่ถูกศาลพิพากษาแล้ว

ปกติการไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลส่วนที่มีคำพิพากษาและถูกบังคับคดีแล้วจะไม่สามารถเข้า “คลินิกแก้หนี้” ได้และเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้เจ้าหนี้มักจะไม่ยอมเจรจาแต่ผู้ให้บริการทางการเงินจำนวน 22 แห่งเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นต้องผ่อนปรนเงื่อนไขให้ปฏิบัติได้จริงเพื่อช่วยให้ทุกฝ่ายเดินต่อไปได้จึงเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ทุกกลุ่มเข้ามาร่วมโครงการได้

ข้อเสนอสำคัญของโครงการนี้มี 3 ข้อใหญ่

1.ลูกหนี้จ่ายเฉพาะเงินต้นเท่านั้น

2.จะยกดอกเบี้ยค้างให้ทั้งหมด หากชำระตรงตามแผน

3.มีระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 5 ปี

ลูกหนี้ที่มีสถานะเป็น NPL ทั้งที่ยังไม่ถูกฟ้องหรือถูกฟ้องแล้วใช้โครงการนี้เพื่อเข้า “คลินิกแก้หนี้” ได้เลยโดยใจดีปรับเกณฑ์คุณสมบัติให้ด้วยจากเดิมต้องเป็น NPL ก่อน ก.ค.63ล่าสุดให้สิทธิผู้ที่เป็น NPL ก่อน 1 ก.พ.64เพื่อรอบคลุมถึงลูกหนี้มากขึ้นส่วนลูกหนี้ที่ยังไม่เป็น NPL แต่เริ่มขาดสภาพคล่องก็เข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ได้

เช่น…ลูกหนี้บัตรเครดิตที่จ่ายขั้นต่ำสามารถปรับเป็นหนี้ระยะยาวที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลงโดยไม่กระทบข้อมูลเครดิตบูโรงานนี้ลูกหนี้ทั้งหลายสามารถเข้าร่วมงานผ่านเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม : www.coj.go.th กรมบังคับคดี : www.led.go.th ธนาคารแห่งประเทศไทย : www.bot.or.th

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน : www.1213.or.th ระหว่างนี้แนะนำว่าให้เข้าไปศึกษาแนวทางการกรอกข้อมูล”อย่างละเอียด” ย้ำ !!! “อย่างละเอียด”ตรวจเช็คและเตรียมพร้อมข้อมูลต่าง ๆ ให้รอบคอบเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ผู้ให้บริการทางการเงิน 22 แห่งที่เข้าร่วมประกอบด้วย

1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

3. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

5. ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. สาขากรุงเทพมหานคร

6. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)

7. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

9. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

10. ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

11. บริษัท เจนเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด

12. บริษัท ซิตี้คอร์ปลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

13. บริษัท เทสโก้ โลตัส มันนี่ เซอร์วิส จำกัด

14. บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด

15. บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด

16. บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

17. บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

18. บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด

19. บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

20. บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน)

21. บริษัท ไอทีทีพี จำกัด

22. บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณข้อมูล:ธนาคารแห่งประเทศไทย – Bank of Thailand

เรียบเรียงโดย:chuydaily