กันยายน 25, 2022

ไพรวัลย์ โพสต์ให้ข้อคิดปม สมปอง

สำหรับ ทิดไพรวัลย์ นครไธสง เจอกระแสดราม่าหนักเลยทีเดียวค่ะ ที่กำลังมีประเด็นกับทาง เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล โดยทาง เจ๊ติ๋ม นั้นได้มีการออกมาแถลงตัดขาดกับทาง สมปอง พร้อมทั้งเผยถึงการกระทำของ สมปอง ว่าให้คนมาขนของออกจากบ้านที่ตนให้อาศัยไปหมดแล้วแถม สมปอง ยังไม่มีบอกลาสักคำ แล้วยังมีเรื่องของสัญญาที่เซ็นเอาไว้กว่า 2 ปี

ล่าสุดทางด้านของ ทิดไพรวัลย์ วรรณบุตร รุ่นน้องคนสนิทของ สมปอง ก็ได้มีการออกมาเคลื่อนไหวหลังพี่ชายเจอกระแสดราม่าถล่ม โดยมีการโพสต์ข้อความว่า “พูดให้จริงเข้าไว้ และหากรู้สึกว่า ไม่ ให้ตอบตรงๆ ว่า ไม่ ตามที่รู้สึกอย่างนั้น”

และอีกหนึ่งโพสต์ที่ระบุว่า “#ไพรวัลย์เธอมีเพื่อนแล้วหรือยังได้พบได้เจอ ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง แล้วก็พลันให้นึกถึงคำพูดของพี่สาวคนหนึ่ง พี่สาวที่น่ารักมากๆ สำหรับผม เมื่อไม่กี่วันมานี้ เราไปทานข้าวด้วยกัน เธอถามผมขึ้นมาประโยคหนึ่ง เป็นประโยคสั้นๆ แต่ทำให้ผมต้องกลับมานั่งคิดตามอยู่จนถึงตอนนี้

เธอถามผมว่า “…ไพรวัลย์ ตั้งแต่สึกมา ตอนนี้เธอมีเพื่อนจริงๆ สักคนหรือยัง…” ผมตอบเธอไปแบบคนสนิทที่หยอกล้อกันเล่นว่า “…มีเยอะแยะนะแม่ หนูมีคนรู้จักตั้งเยอะ เขาชวนหนูไปกินข้าว ไปทำนั้นทำนี่ แบบนี้เรียกเพื่อนได้ไหม…”

หลังจากที่ผมพูดไปแบบนั้น พี่สาวก็รีบพูดสวนผมขึ้นมาทันทีว่า”…นั้นไม่ใช่เพื่อนนะไพรวัลย์ เพื่อนต้องไม่ใช่คนที่ชวนเธอไปกินข้าว จากนั้นก็คุยแต่เรื่องธุรกิจตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย เพื่อนไม่ใช่คนที่เห็นว่าเธอเป็นตัวเงินตัวทองสำหรับเขา ไม่ใช่คนที่มองว่า เธอมีมูลค่า เพราะเธอสามารถทำเงินให้เขาได้ ตอนนี้เธอมีเพื่อนหรือยัง…”

อืม น่าคิดมากนะ ในวันที่เราเป็นที่ตั้งของผลประโยชน์ ผู้คนจะยังเข้ามาหาเรา พูดดีกับเรา ปฎิบัติดีต่อเรา หรือแม้แต่เสนอสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้เราในความเป็นเช่นนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เราจำต้องย้ำเตือนตัวเองให้มากๆ นั่นก็คือว่า ทุกคนอาจมีความรัก พวกเขาจึงเดินเข้ามาในชีวิตของเรา

แต่ความรักที่ว่านี้ อาจไม่ใช่ความรักในตัวเราอย่างที่เราเข้าใจ มันเป็นความรักในผลประโยชน์ที่เรามี ผลประโยชน์ที่ทุกคนเดินเข้ามา เพื่อตักตวงและกอบโกยมันไปจากเราวันไหนที่ผลประโยชน์ได้หมดลงแล้ว วันไหนที่เราไม่ได้ตอบสนองในสิ่งที่พวกเขาต้องการ พวกเขาจะหันหลังให้เรา บางคนอาจหายไปเฉยๆ แต่บางคนอาจทำร้ายเราก่อนไปด้วย

ผมควรต้องเตือนตัวเองให้มากๆ ในเรื่องนี้ชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ หากตัวเราปราศจากผลประโยชน์ร่วมกันกับคนอื่นอย่างสิ้นเชิง เราพึ่งพาเขา เขาพึ่งพาเรา จึงอยู่ได้ แต่เพราะเป็นอย่างนี้แหล่ะ เราจึงต้องมีสติและเรียนรู้ที่จะระมัดระวังตัวเมื่อต้องปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นให้มากๆ

เราควรตอบรับเฉพาะแค่ในสิ่งที่เราตอบรับได้ ทำงานให้เท่าที่เราอยากจะทำ รับฟังความเห็นจากคนอื่นที่เสนอแนะ แต่อย่าเชื่อพวกเขา ฟังเสียงตัวเองให้มาก เก็บเฉพาะสิ่งที่มีประโยชน์มาทบทวน อย่าเกรงใจคนอื่น จนความเกรงใจนั้นทำให้ตัวเองต้องลำบากในภายหลัง อย่าทำเพื่อใคร ถ้าไม่เต็มใจหรือรู้สึกว่าอยากจะทำ

ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม หากรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบ จงรีบแสดงออกตรงๆ จงเปิดเผย และออกห่างใครก็ตามที่เอาเปรียบเรา จงยอมให้คนอื่นเกลียด แต่อย่ายอมให้เขาเอาเปรียบและรังแกเราเด็ดขาด

งานจะทำให้เรามีเงิน แต่ถ้าเราเห็นแก่เงิน จนไม่เลือกงาน หรือไม่เลือกคนที่จะทำงานด้วย สุดท้าย ตัวเราเองนั่นแหล่ะที่จะไม่ได้อะไรจากการทำงานเลย ไม่ได้แม้แต่การเป็นตัวของตัวเองในแบบที่อยากจะเป็น งานไหนก็ตาม ที่ทำด้วยความทนฝืน งานนั้นจะนำความทุกข์และความขาดทุนในการใช้ชีวิตมาให้

เราควรเลือกงานที่เราอยากทำจริงๆ แม้มันจะน้อยอย่าง และไม่ทำให้ร่ำรวยในเร็ววัน แต่งานที่ทำให้เราได้ใช้ความสามารถจริงๆ อย่างที่เราทำได้ จะตอบแทนเราด้วยกำไรคือความสุขกี่ครั้งแล้ว ที่เราต้องถอนใจและเหนื่อยแรง กี่ครั้งแล้วที่เราฝืนยิ้มให้กับใครก็ไม่รู้ ซึ่งเราไม่ได้รู้สึกสนิทใจกับเขาจริงๆ “…ไพรวัลย์ เธอต้องมีเพื่อน แต่ตอนนี้ฉันว่าเธอยังไม่มี…” พี่สาวคนนั้นพูดกับผม” ถือเป็นข้อคิดที่ดีเลยค่ะ

ขอขอบคุณ : ไพรวัลย์ วรรณบุตร , สมปอง นครไธสง