มกราคม 27, 2023

แม่ภนิดา ไม่ได้อนุญาต บังแจ็ค เผยรูปลูก

สำหรับกรณีที่ บังแจ็ค ออกมายอมรับว่าตนเองคือคนที่โพสต์รูปในมือถือของ แตงโม นิดา เพราะว่าก่อนหน้านี้ แม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน ส่งมือถือของลูกสาวมาให้ตนที่อเมริกา เพราะแม่คิดว่า บังแจ็ค จะสามารถกู้หาข้อมูลในมือถือของ แตงโม ได้หลายคนแสดงความคิดเห็นกันหลากหลายทีเดียวค่ะ

ล่าสุดทางเพจ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ” ได้ออกมาเผยว่า แม่ภนิดา นั้นไม่ได้อนุญาตให้ บังแจ็ค นำรูปภาพของลูกสาวไปเผยแพร่ โดยระบุว่า “อัจฉริยะ บอก ‘แม่แตงโม’ ไม่ได้อนุญาตให้ ‘บังแจ็ค’ นำภาพไปเผยแพร่

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เปิดเผยถึงการรับเป็นที่ปรึกษาในคดี ‘การเสียชีวิตของแตงโม’ ว่า วานนี้ (26 พฤษภาคม 65) ตนได้คุยกับนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม แล้ว

โดย นางภนิดา ให้ตนเป็นที่ปรึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย โดยมี ทนายวินัย ชุมสวัสดิ์ และ ทนายสุธีพงศ์ ชีวิตเจริญ เข้าร่วมด้วย ส่วน ส.ส.มงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ คอยดูแลและอำนวยความสะดวก นางภนิดา

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า สาเหตุที่นางภนิดาเชื่อตน เพราะมีหลักฐานบางอย่างที่ยังสงสัย เนื่องจากหลังเกิดเหตุ กลุ่มคนบนเรือ มีการนำโทรศัพท์ของแตงโมไป และมีภาพในโทรศัพท์ถูกลบถึง 500 กว่าภาพ และคลิปวิดิโอ 2 คลิป

นางภนิดาจึงไม่รู้ว่าจะปรึกษาใคร ทนายความเองก็ให้เชื่อแต่ตำรวจ จนกระทั่ง ‘บังแจ็ค’ ติดต่อมาหาว่าสามารถกู้ภาพได้ ซึ่งขณะนี้ ตนยังไม่รู้ว่าภาพที่กู้มาเป็นภาพอะไร เพราะไม่ได้ติดต่อกับบังแจ็ค

ส่วนหลักฐานสำคัญที่ตนมี ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ แต่จะนำไปให้นางภนิดาดู ซึ่งเท่าที่พูดคุยกัน นางภนิดาก็เชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า หลังจากนี้จะไม่มีการฟ้องร้องผู้สื่อข่าวหรือทนายความคนใด แม้กระทั่งทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ ตนจะพานางภนิดาเข้าพบ ผบช.สอท. โดยจะไม่มีเรื่องข้อหาการเป็นผู้สนับสนุน เพราะนางภนิดาไม่ได้อนุญาตให้ ‘บังแจ็ค’ นำภาพไปเผยแพร่ ส่วนการนัดฟังคำสั่งของอัยการในวันนึ้ แม้อัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องในคดีประมาทฯ ตนก็ไม่กังวล เพราะเป็นหลักฐานและคดีคนละส่วนกัน โดยส่วนของตนเป็นคดีฆาตกรรม

ส่วนการฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาทกับผู้ต้องหา ที่ ส.ส.มงคลกิตต์พูด คิดว่า ส.ส. มงคลกิตต์ ก็คงพูดสนุกๆ ไป เนื่องจากต้องรอผลคำพิพากษาในคดีอาญาก่อน จึงจะดำเนินการฟ้องแพ่งได้

“กรณีของ ส.ส.เต้ ต้องเข้าใจว่าเป็นการทำงานสไตล์นักการเมือง ซึ่งผมไม่สามารถก้าวล่วงได้ เพราะหน้าที่ของผมคือรวบรวมพยานหลักฐานและการทำคดี และอาจมีการปรึกษากับ ส.ส.มงคลกิตต์ เช่นกัน ซึ่งผมมั่นใจว่าขณะนี้เดินมาถูกทางแล้ว

ส่วนการที่แม่น้องแตงโมเปลี่ยนทนายความ เป็นเพราะเรื่องการให้คำปรึกษา เนื่องจากทนายความคนแรกก็ไม่มีประสบการณ์ ส่วนคนที่สองก็ให้เชื่อแต่ตำรวจ หากมีที่ปรึกษาดี แม่น้องแตงโมก็คงมีทัศนะคติอีกแบบหนึ่ง” เรื่องจะจบลงอย่างไร ต้องติดตามค่ะ

ขอขอบคุณ : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว