ธันวาคม 9, 2021

เจนนิเฟอร์ คิ้ม เผยเมื่อก่อนทำงาน3เดือนได้10ล้าน

การเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำเอาประชาชนเเละเหล่าคนในวงการบันเทิงต่างได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกัน เเละดาราหลายคนยังถูกยกเลิกงานทั้งหมด ดาราบางคนถึงกับต้องออกมาขายของออนไลน์ เพื่อหารายได้ในช่วย เก็บด้วยอยู่บ้านด้วยค่า

เเละ นักร้องรุ่นใหญ่อย่าง เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็ได้รับผลกระทบจากการเเพร่ระบาดของไวรัสด้วย ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจในรายการ คุยเเซ่บ Show ถึงผลประทบที่ได้รับด้วยว่า

“เจนนิเฟอร์ คิ้ม : พี่ว่าจริงเเล้วไม่ใช่เเค่ตัวพี่ ทุกคนในเเวดวงบันเทิงพิธีกรก็กระทบ นักเเสดงก็กระทบ ทุกอย่างมันกระทบหมด เเต่เราทำอะไรเเล้วเรากลับมองว่า ยิ่งเรามีชื่อเสียง ทุกอย่างมันไม่เเน่นอน เราต้องคอยมีสติ ช่วงมีงานเราก็เก็บเงินไว้ อันนี้ไว้ใช้ตอนเเก่ อันนี้เอาไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน

อันนี้ไว้สำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ขาดคิดเกิดขึ้น ด้วยอายุงานที่พี่ทำมา 30 กว่าปีเเล้ว พี่ก็เก็บเเบบนี้มาเรื่อยๆ พี่เคยเป็นนักร้องกลางคืนมาก่อน ร้องสักอาทิตย์สองอาทิตย์เดียวเขาก็ไล่ออก ร้อง 2-3 เดือนก็ออก ซึ่งเราเติบโตเเบบนี้

พอเรามีชื่อเสียง เราก็บอกได้เเค่ว่าเราเก็บได้เเค่เงิน เพราะถึงวันนึงที่คนมาพูดว่าขาลง เราก็ไม่สนใจว่าใครจะพูดว่าอะไร เเต่เงินในบัญชีฉันไม่เคยมีคำว่าขาลง นั้นไม่ได้อวดรวยหรือว่าอะไร เเต่เป็นการบอกตัวเองว่าทุกๆคนถ้าคุณ

มีเงินที่จะซับพอร์ตตัวเองในชีวิตปกติ หรือไม่ปกติ ที่มันเกิดขึ้น ถ้าคุณไม่ฟุ่มเฟือย ขึ้นหรือลงคุณก็ยังใช้ชีวิตเเบบนี้ มันก็จะไม่เกิดคำว่ารีเซ็ตใหม่ เเต่ในเเง่ของระบบการงานของเราตอนนี้มันรีเซ็ตใหม่หมด ที่น่าสงสารที่สุดคือคนหาเช้ากินค่ำ

มันเป็นเวลาที่ต้องบอกว่า หมอ พยาบาลอย่างเดียวที่เป็นฮีโร่ เเต่คนทุกๆคนเป็นฮีโร่ของตัวเอง คุณต้องฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆไปให้ได้คุณจะต้องใช้ทุกอย่างที่มีโดยเฉพาะความเข้มเเข็ง ของคุณ อะไรขายได้ขายทิ้งไป อะไรที่เขาไปจำนองจำนำ เพื่อให้มันไม่ได้เดือดร้อนใคร เเค่นี้เราก็เป็นฮีโร่เเล้ว ไม่ต้องมีใครมาสรรเสริญออกทีวี

ช่วงก่อนโควิดได้เงินเป็นล้าน

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เมื่อก่อนนี้ตอนฮอตๆบอกว่า 3 เดือน 10 ล้าน เป็นเเบบนี้ตลอดทั้งปี เเต่ตอนนี้มันเป็นศูนย์ตั้งเเต่เขาออกมาประกาศโควิดจริงๆจังๆ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าตกใจสำหรับพี่นะ เพราะเราคุ้นชินกับอะไรเเบบนี้เเล้ว

ล่าสุดที่บริจาคเงิน 4 เเสน ก็ไม่ได้บอกใคร เห็นว่า งอนกับพี่ท็อป ดารณีนุชด้วย

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : จริงๆพี่ไม่ได้งอน เเต่พี่รำคาญ คนบ้าอะไรมีความสุขเเต่ไม่สงบสุข มันต้อง ไปหาความทุกข์ของคนอื่นมาเพื่อตัวเองจะได้บรรเทา คือจิตอาสา กับจิตอาเสือก มันใกล้กันนิดเดียว เพื่อนดิฉันน่าจะอยู่อันหลังเราจะรำคาญมัน นี่ยังไม่หยุดอีกหรอ

ชีวิตคุณเหลือเวลาน้อยเเล้ว คุณยังไม่อยู่นิ่ง อีกหรอรำคาญมัน ส่องดูสิว่ามันทำอะไร เเล้วเราจะถามต่อไปว่า คุณมีอะไรให้ช่วยไหม เเล้วมันก็ด่าว่า คุณนักช้อปออนไลน์ทำไมไม่ดูเเคลตตาล็อก คือเเคตตาล็อกนี่มันมีให้เลือกนะ บริจาคอะไร เท่าไหร่

ดิฉันก็บอกว่า ไม่ใช่นักช้อปออนไลน์ ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง มันก็พูดให้ฟัง ไม่ว่าพี่จะบริจาคอะไรมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันเป็นเวลาที่ต้องช่วยกัน พี่ว่านักเเสดงดีๆ ส่วนใหญ่จะมีจิตสำนึกนี้ว่าเรายืนอยู่บนความนิยม

ความนิยมเราไม่เห็นว่ามันเป็นยังไงคนดูก็ไม่เห็นว่ามันเป็นยังไง เเต่เรามีที่ยืนได้เพราะความนิยมที่ประชาชนเมตตาเรา วันหนึ่งความนิยมที่เขามีต่อเรามันจะกลับไปทดเเทนสิ่งที่เขาเคยให้เรา พวกเราจะต้องคิดเเบบนี้

เดือนนี้ เดือนที่เเล้ว งานยังไม่มีเลย พี่เล่นบริจาคกันตู้มใหญ่ๆ กลัวเงินหมดไหม กลัวไม่มีกินไหม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เอาอย่างงี้ดีกว่า ถ้าสมมติพี่ไม่ทำงาน 10 ปี อยู่เฉยๆ พี่ก็อยู่ได้ เเล้วก็ยังมีเงินเหลืออีก มันไม่ได้มีเยอะ เเต่ฉันเป็นคนไม่ใช้เยอะ

วันหนึ่งพี่ใช้เงินวันละกี่บาท

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : พี่เคยไม่ออกจากบ้านเกือบอาทิตย์ เเล้วไม่ได้ใช้เงินสักบาทเลย

ตอนนี้พี่มีค่าบ้าน คอนโด ต้องจ่ายไหม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ไม่มี พี่ไม่มีหนี้ ถ้าคุณอยากใช้ชีวิตอย่างนี้ คือเมื่อไหร่ที่คุณอยากได้ของเเพงๆ คุณต้องดาวน์ครึ่งหนึ่งเเล้วส่งเเบบอัดๆ ให้มันหมดภายในเวลา 5 ปี ซึ่งมันยากมาก คือไม่ค่อยอยากได้อะไรสักเท่าไหร่ พี่เป็นคนไม่อยากได้อะไรเกินตัวพี่ไม่อยากเหนื่อย พี่อาจจะรู้สึกด้วยความที่พี่เกิดมาในครอบครัวเป็นนักพนันมันไม่มั่นคง ไม่เป็นไร วันหนึ่งที่พี่เป็นรุ่นถัดไป พี่จะเป็นเลือดผสมที่เเก้ไขความบกพร่องในรุ่นที่ผ่านมาเรียบร้อยเเล้ว

ชีวิตพี่คิดว่าจุดไหน คือจุดลำบากที่สุด

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : คือจุดที่ยังไม่เเตะคำว่าดัง ทุกๆวัน พี่ถือว่ามันเป็นความลำบากทางใจของพี่ที่สุด เพราะพี่ไม่อยากร้องเพลงกลางคืน เเต่การร้องเพลงกลางคืนมันดีมาก พี่ขอบคุณทุกร้าน ทุกที่ เเล้วอยากบอกเด็กๆที่ยังไม่มีชื่อเสียงร้องตามผับ ตามบาร์ ว่าให้คุณภูมิใจเถอะ ว่านั่นคือสารตั้งต้น ถ้ามันเเข็งเเรงเเล้ว มันจะประกอบรวมกันกับสารบางอย่างในโอกาสที่เหมาะสม ทำให้เกิดความดังได้เพียงเเค่ชั่วข้ามคืน เราเกิดมาเเบบนั้น ก็เลยทำให้ชีวิตมันไม่ได้ยากนัก

ตอนเป็นนักร้องกลางคืนใหม่ๆ เเขกที่มานิสัยต่างกันหมดเลย เเล้วมีบางคนคอมเมนต์เราเเย่ มีเขวี้ยงของใส่เราด้วย

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ใช่ คำว่าบูลลี่ที่คนเขาใช้กัน มันไม่เท่ากับความจริงที่มันเป็นอยู่ การถูกกดดันทางความลำบากทางใจ นักร้อง นักเเสดงทุกคนเป็น เมื่อคุณเห็นคนอื่นที่เกิดในยุคเดียวกันดังขึ้นไปแล้วคุณยังอยู่ที่เดิม ผ่านไป 10 ปีคุณก้ยังอยู่ที่เดิมมันช่างเจ็บปวด ทั้งที่คุณมีกินมีใช้อยู่ไม่ได้อดอะไร นั่นคือความลำบาก เเละความลำบากสิ้นสุดที่คำว่ามีชื่อเสียง คราวนี้การมีชื่อเสียงคุณอาจจะต้องลำบากกว่าเก่าได้อีกถ้าคุณประมาท

อย่างพี่คิ้มเรียกว่าวัยทองเเล้วหรือ

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ใช่ถ้าเลข 5 ขึ้นก็น่าจะทองเเล้ว คำว่าวัยทอง เราต้องเข้าใจมันให้ได้ก่อน วัยทองมันจะปวดเมื่อยตัว อารมณ์จะสวิงตามฮอร์โมน

เเล้วร้องเพลงจนเสียงพัง เกิดอะไรขึ้น

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : นักร้องทุกๆคนจะเเพ้ควัน เเล้วนักร้องที่ร้องตามผับ ตามบาร์ บางทีมันเป็นเอาต์ดอร์ คนก็นั่งสูบบุหรี่ เเล้วมันก็เข้าจมูกเรา คือถ้าได้กลิ่น พรุ่งนี้พี่ก็เสียงเเหบเเล้ว นักร้องไม่ชอบตื่นเช้ามากๆ ไม่ชอบเเดดร้อนๆ ไม่ชอบควันจริงๆนักร้องชอบกินเเอลกอฮอล์ เเต่เส้นเสียงของนักร้องไม่ถูกกับเเอลกอฮอล์ มันก็จะทำให้เสียงพังง่ายเลยพังของพี่คิ้มจนร้องเพลงไม่ได้มีไหม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม : บ่อย มีอยู่วันหนึ่งไปงานของเทศบาลจังหวัดนครพนม เสียงเเหบมาก คือไม่ถึงกลางวันเเดดเปรี้ยง กลางคืนหนาว 15 องศา เเล้วช่วงตรุษจีนร้องเพลง 7 วัน ร้องไป 11 งาน เสียงก็เลยพัง จากนั้น 2 อาทิตย์เราก็หายเอง

ขอบคุณข้อมูล: Orange Mama

เรียบเรียงโดย:chuydaily