มกราคม 23, 2022

คำสอนจากพ่อ ป๋อ ณัฐวุฒิ กับข้อคิดดีๆ สำหรับสอนลูก ที่พ่อใหม่ยุคนี้ควรอ่าน

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวตัวอย่างของคนในวงการบันเทิงเลยก็ว่าได้ สำหรับครอบครัวของ ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ และ เอ๋ พรทิพย์ ซึ่งหลังจากทั้งสองแต่งงานมีลูกชายด้วยกัน 2 คน นั่นคือน้องภู ด.ช.ภูดิศ วัย 6 ขวบ  และ น้องเภา ด.ช.ภูมิธนินทร์ วัย 3 ขวบ ป๋อ ณัฐวุฒิ ในบทบาทของพ่อของเขา ก็ได้รับเสียงชื่นชมมาตลอด

เพราะครอบครัวนี้ มักจะมีเรื่องราวและข้อคิดดีๆ ในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนลูกทั้งสองออกมาให้เห็นอยู่เสมอ ซึ่ง ป๋อ ณัฐวุฒิ ก็เผยว่า คำสอนดีๆ ที่นำมาสอนลูก ก็คือคำสอนดีๆ จากพ่อของเขาที่ส่งต่อมาถึงตัวเขาและส่งไปถึงลูกๆ ของเขาด้วย

พ่อสอนผมเสมอว่า ไม่ต้องเป็นอะไรที่ไม่อยากเป็น ไม่จำเป็นต้องอยู่เหนือใคร จงเป็นต้นไม้ใหญ่ที่โน้มมาให้ร่มเงาแก่ต้นหญ้าต้นเล็กๆ ผมไม่คาดหวังเลยว่าลูกจะต้องเรียนเก่ง เรียนได้ที่1 สอบได้คะแนนสูงๆ เพราะ ผมกับเอ๋ก็ไม่เคยได้ที่ 1 เกรดเฉลี่ย 4.00 ก็ไม่เคยทำได้ ไม่เคยได้เป็นหัวหน้าห้อง กลองก็ตีไม่เป็น เต้นก็สายย่องูๆ ปลาๆ อังกฤษก็สเนคๆ ฟิชๆ พอฟังเข้าใจ วิ่งก็ไม่เร็ว 6 แพ็คก็ไม่มี บอลก็เตะไม่เก่งแต่วิจารณ์เป็นฉากๆ เลขเก่งแต่ก็ไม่เลิศ ดังนั้น ลูก 2 คนจะเป็นอะไร ก็ลองทำให้เต็มที่ ไม่ได้ไม่เป็นไรนะจ๊าา ค่อยๆ ดูกันไป ลูกบวกเลขไม่เก่งแต่อาจจะวาดรูปสวย ลูกไม่ชอบเคมีแต่อาจจะทำกับข้าวอร่อย ลูกเรียนไม่เก่งแต่อาจจะตลกมีเพื่อนมากมาย ลูกอาจจะไม่รำ่รวยแต่ลูกหัวเราะทุกวัน ลูกอาจจะไม่หล่อแต่พ่อมีเงินพาไปเกาหลี #ปล.ลูกคนเล็กเหยียบขาพ่อตัวเองทำไม?? #มันต้องการจะสื่ออะไรคร้าบบบ

ซึ่งก็มีแฟนๆและชาวเน็ตมากดไลค์นับแสนคนเลยทีเดียว แถมยังมีมีคอมเมนท์ชื่นชมจำนวนมาก  นอกจากจากข้อความนี้ก็ยังมีเรื่องราวอื่นๆ เกี่ยวกับการสอนลูกที่พ่อป๋อ มักโพสต์ลงในไอจีเสมอ อย่างเช่นที่เราได้รวบรวมมาฝาก

#1 สอนให้สวดมนต์ก่อนนอน “ยันทุนๆ #มีคนถามเยอะมาก #ผมเกิดวันจันทร์ครับ ตอนบวชหลวงพ่อบอกให้ผมสวดยันทุน15จบ ตามกำลังวันเกิด ด้วยความที่ต้องสวดหลายรอบ เลยทำให้ภูดิศมานั่งสวดด้วย บทอาจจะผิดเล็กน้อยเพราะไม่ได้สอน เค้าแอบฟังตอนสวด แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจำได้ถึง80% ก็แสดงว่า เวลาเค้าสนใจอะไร เค้าจะสามารถจดจำได้ โดยเราไม่ต้องไปบังคับเลย”

#2 เลี้ยงลูกแบบไม่คาดหวัง “เคยคาดหวัง อยากให้ลูกเราเก่งๆ เป็นคนดี มีนำ้ใจ เรียนเก่ง กีฬาก็ดี ไปไหนใครก็ชม……….สุดท้ายตอนนี้หลังจากที่ลองผิดลองถูกมา ตอนนี้……………..สบ๊ายยยย ไม่คาดหวังอะไรเลย ไม่เครียดด้วย ลูกก็ไม่เครียด หัวเราะกันทั้งวัน ลองคิดดู ตอนเราเด็กๆ ผมกีฬาก็ไม่ได้เรื่อง เรียนก็ปานกลาง นิสัยดีน่ารักแต่คนไม่เห็น ดนตรีก็ไม่เอาไหน กินก็ไม่เก่ง อังกฤษก็ไม่ได้……..แล้วจะไปบิ้วเด็กอะไรกันนักกันหนา เด็กเก่งดนตรีหรือกีฬาหลายคนที่เลิกเล่นตอนโต เพราะเบื่อหน่ายและกดดัน …….เอาล่ะ สบายๆๆ กินอิ่ม นอนหลับ หัวเราะ เยอะๆ ……พอ!!!”

#3 เริ่มต้นที่เป็นคนดี  “ได้รับการตรวจสอบแล้วร้องเพลงๆๆๆๆๆๆ #โตขึ้นจงเป็นคนดี เท่านั้น ดีเท่านั้น!!!!ลูกไม่จำเป็นต้องรวย ลูกไม่จำเป็นต้องเก่ง รวยอาจไม่ดี เก่งก็อาจไม่ดี แต่เริ่มที่ดีก่อน……..ตั้งต้นแค่นี้พอ!!!”

#4 ใช้ชีวิตเรียบง่าย “ไม่รู้ไปเอาความชอบต้นไม้มาจากไหน พ่อก็ปลูกไม่ค่อยเป็น ทำได้งูๆปลาๆ ชอบพืชผักสวนครัว ร้องไห้ก่อนนอนถ้าวันไหนไม่ได้ไปร้านต้นไม้ ตามอัพเดตตลอดว่ามะนาวออกลูกแล้ว เออมันก็ดีเหมือนกันนะ สบายเลย ต่อไปได้ผักปลอดสารพิษ ฝีมือฟาร์มภูดิศ #พ่อเล่นละครชื่อภูชิตนริศรา #รักประกาศิต”

#5 พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังกับลูกมากเกินไป “ความกังวลใจของเราในวันนั้นคือ เภาจะตื่นกลัวคนมั้ย เพราะเภาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยออกงานสังคม เพราะเราชอบอยู่บ้าน เราชอบเงียบๆ เราชอบทำกิจกรรมในครอบครัว เรามีสังคมจำกัด สังคมเล็กๆ ดังนั้นเภาจึงกลายเป็นเด็กที่อยู่แต่บ้าน รึไปไหนก็ไปกับครอบครัวเท่านั้น …..เราจึงกังวลกับงานแต่งงานครั้งนี้ ที่เภาได้รับหน้าที่ให้เดินไปตามทางเดิน และ โปรยดอกไม้ ในขณะที่มีทั้งแสงไฟสาดส่อง ผู้คนมากมาย2ข้างทางตลอดทางเดินต่างจับจ้อง ตะโกนเรียกชื่อด้วยความเมตตาเอ็นดู เภาจะทำได้มั้ยๆๆๆๆๆๆ เภาจะร้องไห้รึปล่าว ภูล่ะ ภูจะเป็นไง ต่างๆนานา ต่างๆนานา และ ต่างๆนานา ………………สุดท้าย เราพึ่งรู้ตัวเองว่า เราประเมินลูกผิดไป เด็กๆเก่งกว่าที่เราคิด และเด็กสามารถปรับตัวกับเหตุการณ์ต่างๆได้ไวกว่าเราซะอีก ……..และรูปนี้คือ คำอธิบายทุกอย่างในตัวเภาวันนั้นครับ สวัสดีครับคนไทยทุกคน”

#6 พ่อสอนลูก ลูกสอนพ่อ  “เรารู้ตัวเสมอว่า……เราไม่ใช่พ่อที่ดีที่สุดหรอก เรายังใช้คำว่าพ่อที่ดีไม่ได้เลย มันยากจริงๆที่จะทำทุกสิ่งให้สมดุลกัน งานก็ต้องทำ ลูกก็ควรมีเวลาให้ กิจกรรมก็ต้องร่วม เรียนก็ต้องทบทวน นอนก็ต้องกล่อม …..ผมว่าการเป็นพ่อแม่ที่ดีนี่ยากจริงๆนะครับ แอบชื่นชมหลายๆบ้านที่ทำได้ดีมากๆ ผมเองยังไม่เก่งครับ ไม่ได้ดราม่าอะไรนะครับ ครอบครัวมีความสุขดี แค่ จะบอกว่า จริงๆแล้วผมไม่ได้สอนลูก เท่ากับ …………………ลูกได้สอนผม!!……ให้เป็นคนที่ดีขึ้น เป็นคนที่อดทนขึ้น สอนให้ผมรู้จักยอมแพ้ รู้จักเจรจาในการต่อรองต่างๆ รู้จักว่า บางที………..รอยยิ้มของลูกนี่แหละ……สำคัญต่อชีวิตผมที่สุดแล้ว”

ที่มา : IG@poh_natthawut