ตุลาคม 23, 2021

แอมมี่ The Bottom Blues โพสต์แล้ว

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมได้มารวมตัวบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัว ผู้ชุมนุมและแกนนำรวม 19 คน หนึ่งในนั้นก็คือนักร้องหนุ่ม แอมมี่ The Bottom Blues ล่าสุด หนุ่มแอมมี่ ก็ได้ออกมาเคลื่อไหวครั้งแรกหลังถูกปล่อยตัวโดยโพสต์ภาพบันทึกจากทนายความ

ที่ระบุว่า “บันทึกจากทนายความผู้เข้าเยี่ยมแอมมี่ The Bottom Blues ผู้ชุมนุม #คณะราษฎรอีสาน วันนี้ ก่อนได้รับการประกันตัว เขาเป็นนักร้อง เป็นนักต่อสู้ ไม่ใช่นักโทษ วันนี้เราไปเยี่ยมแอมมี่ The Bottom Bules และผู้ชุมนุมที่ถูกจับจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีก 16 คน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในฐานะทนายความ

ตำรวจมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีกจากเหตุวันที่ 13 ต.ค.63 ก่อนเริ่มกระบวนการแจ้งข้อหาเราคุยกับตำรวจ ว่าพี่ตำรวจเค้าใช้กฎหมายกันยังไงย้อนแย้งกันไปหมด ในเมื่อจริงๆแล้วระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน(กรณีโควิด)ไม่ใช้กฎหมายชุมนุมสาธารณะ แต่ข้อกำหนดของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯกำหนดให้ชุมนุมได้ตามเกณฑ์พ.ร.บ.ชุมนุมฯ

กลายเป็นว่าคดีนี้นอกจากความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้วก็ยังกล่าวหาว่าผิดพ.ร.บ.ชุมนุมฯอีก เป็นการใช้กฎหมายที่ย้อนแย้งมาก ตัดมาที่แอมมี่ เขาออกมาจากด้านในเรือนจำมาถึงห้องที่จัดไว้พบทนายความและตำรวจโดยเฉพาะ ภายในห้องแยกส่วนของผู้ต้องขังและทนายความออกจากกันมีลูกกรงและกระจกกั้น พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ มันไม่ได้พบเป็นการส่วนตัวตามที่กฎหมายว่าไว้หรอก

เพราะในห้องก็มีทนายความและผู้ต้องหารายอื่นๆเต็มไปหมด ทั้งเรือนจำมีอยู่ห้องเดียว แน่นอนแอมมี่ตัดผมเกรียนแล้ว ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ผมทรงเดียวกับไมค์และอานนท์ที่ถูกปล่อยตัวคราวก่อน แอมมี่ยืนกอดอกหน้าเครียด ใส่แว่นสายตากรอบดำ เสื้อผู้ต้องขังสีน้ำตาล ยืนมองหน้าตำรวจที่จะมาแจ้งข้อหาเพิ่ม จ้องมองอย่างนั้นอยู่พักนึงก่อนจะหันมาคุยกับเรา

เขาสอบถามความคืบหน้าคดีกับทนาย “วันนี้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันแล้ว รอฟังผลว่าศาลอุทธรณ์จะว่าอย่างไร” เราตอบ และแจ้งว่าวันนี้ตำรวจจะมาแจ้งข้อหาเพิ่มในคดีเดิม พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาในคดีสาดสีที่สน.สำราญราษฎร์ เมื่อช่วงปลายเดือนก่อนเป็นคดีอีกหนึ่งคดี  ระหว่างนั้นนึกขึ้นได้ว่าแม่ของแอมมี่รออยู่ด้านนอก

เราแจ้งพนักงานสอบสวนว่ามีแม่ของผู้ต้องหาจะเป็นบุคคลผู้ได้รับความไว้วางใจขอเข้าร่วมการสอบสวนด้วยตรงนี้เป็นสิทธิตามกฎหมาย ตำรวจอนุญาต แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่อนุญาตอ้างว่าห้องดังกล่าวใช้สำหรับทนายความและพนักงานสอบสวนเท่านั้นและนี่เป็นเขตเรือนจำ แม่กับลูกจึงยังไม่ได้พบกันต่อไป

(ช่วงนี้เนื่องจากสถานการณ์โควิดทางเรือนจำจะกักตัวผู้ต้องขัง 14 วันแรกที่เข้าเรือนจำ ญาติไม่สามารถเยี่ยมได้) .หลังแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จ เราสอบถามว่าเขาต้องการอะไรไหม เขาอยากได้กระดาษวาดรูปและปากกาสีดำ และเทปกาว เรายังนึกในใจว่าเขาเป็นศิลปินจริงๆ แต่ขออภัยร้านค้าสวัสดิการเรือนจำไม่มีของพวกนี้

เราจึงไม่สามารถซื้อฝากเข้าไปได้ แอมมี่ฝากข้อความถึงคนข้างนอกว่า .“ผมเข้าคุกมาไม่ใช่ในฐานะนักโทษ แต่เข้ามาในฐานะนักต่อสู้ ผมหวังว่าอุดมการณ์ของผมจะยังคงอยู่และขอให้ทุกคนสู้ต่อไป ” Ammy The Bottom Blues เราจดออกมาเพื่อฝากข้อความให้คนข้างนอก ก่อนจากกัน แม่ฝากข้อความผ่านกระดาษมาบอกแอมมี่ว่าไม่ต้องเครียด

แอมมี่ไปขอกระดาษเล็กๆขนาดเท่าฝ่ามือมาจากเพื่อนผู้ต้องขังด้วยกัน เขียนตอบสั้นๆ ชูตรงกระจกให้แม่ที่ยืนอยู่นอกห้องเห็น “ขอโทษแม่” มันเป็นห้วงเวลาที่สั่นไหวภายในของทั้งแอมมี่และครอบครัว รวมถึงคนที่รักความเป็นธรรมและประชาธิปไตย หลังซีนดราม่าน้อยๆนี้ แอมมี่เหมือนจะมีข้อความที่อยากสื่อสารกับคนข้างนอกอีก

แต่เขาก็นึกมันไม่ออกแล้ว เขาบอกเราด้วยเสียงสั่นเครือผ่านสายโทรศัพท์ว่ารบกวนทนายช่วยเขียนเรื่องการเข้าเยี่ยมเขาวันนี้ให้หน่อยได้มั้ย  เขียนให้แล้วนะและจะไม่เขียนให้อีก ให้ออกมาคุยกับแฟนคลับเอง เพราะคุณคือนักร้อง คือนักต่อสู้ ไม่ใช่นักโทษ.19 ต.ค.2563 12345 III ”

ขอบคุณข้อมูล: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน , The Bottom Blues