สิงหาคม 15, 2022

บิณฑ์ งั ดหลักฐาน ท้ าให้ตรวจสอบเงินบริจาคน้ำท่วม

ก่อนหน้านี้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ แสดงจุดยืนปกป้องสถาบันฯและพูดว่าจะตบเด็กหากเห็นชูนิ้วกลาง จนเกิดเรื่องราวดราม่าต่างๆนานามากมายเลยทีเดียว จนมีรองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งได้ออกมาโพสต์จี้ให้ บิณฑ์ ออกมาแสดงบัญชีบริจาคน้ำท่วมและอีกหลายรายการ เพื่อความสบายใจของผู้บริจาคขอผู้รับรองด้วย

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ตระเวนข่าว3 ได้รายงานข่าวว่า ” บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้พาผู้สื่อข่าวหลายสำนักไปดูกองเอกสารหลักฐานการรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 6 จังหวัดภาคอีสาน เมื่อปี 2562 ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด ยโสธร จังหวัดอำนาทเจริญ จังหวัด ร้อยเอ็ด

จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถูกเก็บไว้ในแฟ้มอย่างดีและบรรจุใส่ไว้ในลังพาสติกกว่า 50 ลัง ที่เก็บไว้อย่างดีภายในสำนักงานแห่งหนึ่งในย่านอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้กล่าวว่า หากใครจะตรวจสอบยินดีให้มาเอาไปตรวจสอบทั้งหมดและต้องนำมาคืนและห้ามหายแม้แต่แผ่นเดียว

ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องภาคอีสานด้วยการเป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศที่บริจาคเงินผ่านบัญชีตนเองให้นำไปช่วยเหลือชาวอีสานที่ถูกน้ำท่วมรวมแล้ว 422 ล้านบาทนั้น ตนเองออกมาชี้แจงตลอดว่าช่วยเหลืออะไรไปบ้าง

แม้กะทั่งจัดซื้อเรือกู้ภัยจัดซื้อรถพยาบาลจัดสร้างโรงเรียนซึ่งทุกบาททุกสตางค์สามารถตรวจสอบได้ และตนเองยืนยันว่าไม่เคยคิดเอาเข้ากระเป๋าตนเองแม้แต่บาทเดียว หากตนเองไม่บริสุทธิ์ใจที่ผ่านมาคงไม่รอดทั้งสรรพกรและการตรวจสอบต่างๆจนมาถึงทุกวันนี้

ส่วนประเด็นที่มีการบิดเบือนและโยงไปในเชิงลบที่ออกมาบอกว่าตนเองจะตบเด็กชูสามนิ้วนั้น ตนเองยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้คิดจะตบเด็ก แต่พูดถึงเรื่องการชูนิ้วกลางให้ขบวนเสด็จ ตนไม่อาจทนต่อการจาบจ้วงสถาบันได้ ย้ำไม่คิดจะยุ่งกับการเรียกร้องของเด็ก

เด็กชุมนุมเรียกร้องอนาคตของเขาก็ถูกแล้ว เพียงแต่ตนเป็นคนรักสถาบันมาก รักยิ่งชีพ มันอัดอั้นตันใจที่เห็นการจาบจ้วงสถาบัน ยืนยันว่าการออกมาเชิญชวนให้คนไทยที่รักสถาบันออกมาแสดงพลังในวันที่ 1 พ.ย. นี้ และอันนี้ไม่ใช่เป็นการปุกระดมแต่อย่างใด

แต่เชิญชวนให้ออกมาร่วมกันต้อนรับเสร็จและแสดงพลังให้พระองค์ท่านเห็นว่านี่คือพลังคนไทยที่รักสถาบัน เท่านั้นเอง ยืนยันว่าไม่มีใครสั่งการหรืออยู่เบื้องหลังแน่นอน ส่วนเรื่องประกาศลาออกจากอาสาสมัครนั้นก็ยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งหรือถูกกดดันจากผู้ใดในองค์กร

แต่เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนและทำกิจกรรมได้เต็มที่กับการออกมาปกป้องสถานบันในครั้งนี้ตนคิดว่าเพื่อความเป็นอิสระและไม่ให้มีผลกระทบไปถึงองค์กรจึงของลาออกจากการเป็นอาสา ซึ่งหลังจากที่ทำกิจกรรมแล้วเสร็จก็จะกลับไปขอสมัครใหม่เริ่มต้นใหม่และเข้าพูดคุยกับทางผู้ใหญ่ในมูลนิธิต่อไป ” งานนี้ บิณฑ์ พร้อมงัดหลักฐานโชว์กันเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูล : ตระเวนข่าว3