Connect with us

บันเทิง

เฌอเบลล์ รับห่างแฟนหนุ่ม พีท หลังออกตัวแรงขอผู้ชายแต่งงาน

ก่อนหน้านี้นักแสดงสาวสร้างความฮือเฮหนักมาก สำหรับ เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน ที่ได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแฟนหนุ่มอย่าง พีท ศักดิเดช แต่งงานไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนๆและแฟนคลับ แต่งานนี้ สาวเฌอเบลล์ ก็ถูกมองว่าออกตัวแรงขอผู้ชายแต่งงาน ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้เปิดใจอีกครั้งยอมรับว่าตอนนี้ได้ถอยห่างกับแฟนหนุ่มแล้ว

ตอนนี้หัวใจเป็นยังไงบ้าง ?

“เอ่อ เราจะเริ่มต้นกันยังไงดี”

เห็นว่าโสดแล้วใช่ไหม ?

” ตอนนี้สถานะก็ ยังไงดี ค่อนข้างซับซ้อนกันนิดนึ่ง ด้วยโควิด ด้วยงาน มันก็เลยมีความตรึงเครียดกันทั้งสองฝ่าย เราก็เลยคุยๆกันว่า เราลองถอยมาคนละก้าวและโฟกัสงานก่อนไหม ”

สาเหตุเป็นเพราะเราไม่มีเวลาให้กันเหรอ เลยทำให้ถอยออกมา ?

“ด้วยค่ะ และด้วยความเครียดด้วย เพราะช่วงนี้เหมือนเขาก็ทำงานเกี่ยวกับท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวก็กระทบหนัก วงการบันเทิงเราที่ไม่เคยจะโดนกระทบก็โดน และต่างคนต่างมีภาระกับตัวเอง มันหลายอย่างเวลาคุยกันมันอาจจะมีความเครียดที่มันซับซ้อนอยู่ตรงนั้นค่ะ”

จุดพักตรงนี้เราสบายใจไหม ?

“อยู่ตรงนี้เหมือนเราได้โฟกัสอะไรอย่างหนึ่งแล้วมันดีขึ้นค่ะ”

ยังไม่ใช้คำว่าเลิกใช่ไหม ?

“ใช้คำว่าถอยคนละก้าวก่อนค่ะ อนาคตเรายังไม่รู้ เพราะเราก็ยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกันค่ะ”

รูปคู่นี่ซ่อนเอาไว้ หรือลบออกไปเลย ?

“ไม่ค่ะ ด้วยความที่เราโฟกัสที่งานก็มีการคุย และบอกเขาว่าไอจีของนักแสดงมันคือโปรโฟล์หน้าตาของการทำงาน ทีนี้มันก็จะมีผลกระทบนิดหน่อยที่เวลาลูกค้าเห็นรูปแล้วมันอาจจะไม่เหมาะสมกับสินค้าเขา เราเลยคุยกันว่าเราขอเอารูปออกนะ”

แล้วแพลนที่จะแต่งงานของเราคือต้องพักยาวไปก่อนใช่ไหม ?

“ก็พักไปก่อนจนกว่าอะไรเข้าที่เข้าทางแล้วเดี๋ยวคุยกันใหม่อีกทีค่ะ ”

นานขนาดไหนแล้วที่เราห่างกันออกมา ?

“โห ก็สักพักแล้วค่ะ ตั้งแต่โควิดเริ่มมีปัญหา ”

ช่วงต้นปีเหรอ เพราะเราคุกเข่าขอแต่งงานช่วงประมาณเดือน ก.พ. ?

“เอ่อ ก็ไม่กี่เดือนนี้ค่ะ”

ยังพูดคุย ติดต่อกันอยู่ไหม ?

“ยังมีธุระประปรายที่ต้องคุย ต้องเคลียร์กันอยู่ ก็คุยปกติ มัทักทายกันว่าช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ธุรกิจที่เขาทำอยู่เป็นยังบ้าง ก็มีถามกันค่ะ ”

ไม่เกี่ยวกับการที่เราออกตัวแรงจนทำความสัมพันธ์ต้องชะงักใช่ไหม ?

“อันนั้นเราก็เป็นวัยเนอะตอนเด็กๆ ด้วยความที่เรารักเราก็เต็มที่ ไม่ได้เสียใจจากจุดนี้เพราะเราก็ทำเต็มที่แล้วแต่พอมันมาถึงจุดที่เราก็พยายามกันทั้งคู่ แต่ถ้าเกิดว่าตอนนี้มันฝืน มันก็คงจะแย่ งั้นเราต้องหยุดไว้ก่อน เอาที่เราต้องโฟกัสจริงๆก่อน แล้วค่อยมาคุยกันอีกที ”

ได้มีการเปิดใจคุยกันบ้างไหม ?

“มีค่ะ คือมันเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้เราต้องโฟกัสสิ่งที่พาให้เรามีชีวิตรอดไปก่อน เพราะธุรำจตอนนี้มันย่ำแย่มาก ”

สำหรับตัวเราคิดว่ามีโอกาสจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม ?

“มันยังเป็นเรื่องของอนาคต ถ้าเกิดเรายังมีความรู้สึกดีๆให้แก่กัน มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้วค่ะ ”

ตอนนี้เราไม่ได้เปิดรับใครเข้ามาเลยใช่ไหม ?

” เราก็ไม่ได้เปิด เราโฟกัสที่งานอยู่ค่ะ”

ทางครอบครัวทั้งสองฝ่ายว่ายังไง เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องแต่งงานไปแล้ว ?

“คือผู้ใหญ่เขาให้เป็นเรื่องของเรา ”

สภาพจิตใจตอนนี้เราโอเคไหม ?

“ก็โอเคอยู่”

ตอนนั้นที่คุยและตัดสินใจ มีร้องไห้บ้างไหม ?

“มันก็ต้องมี เพราะมันเป็นด้วยอารมณ์หลายๆอย่าง มันมีหลากหลายอารมณ์ ณ ตอนนั้นที่มีเยอะอยู่เหมือนกันเลยทำให้คิดว่าถ้าเรายังรู้สึกดีต่อกันก็ห่างแป๊บนึ่ง ถ้าทุกอย่างมันดีขึ้น สถานการณ์มันดีขึ้น ค่อยกลับมาว่ากันใหม่ว่าจะอะไรยังไง”

ทุกวันนี้ยังคิดถึงเขาอยู่ไหม ?

“ก็คนที่อยู่ด้วยกันขนาดนี้ มันก็ต้องมีความผูกพัน มีทักทายกันปกติ ”

เราได้มีข้อตกลงระหว่างกันไหม อย่างเช่นสามารถเปิดใจเรียนรู้ใครได้หรือเปล่า ?

“จริงๆเราไม่ได้กำหนดอะไรเลย เราไม่ได้ซัเรียสอะไร ด้วยความที่เราเข้าใจเรื่องการงานเป็นหลัก ต่างคนก็ต่างที่จะต้องมีครอบครัวดูแล มันก็ต้องสัมพันธ์เรื่องนี้ว่าเราต้องเอาครอบครัวของเราไปให้รอดในช่วงวิกฤตแบบนี้ ”

เราซีเรียสไหมที่คนมองว่าเราเปิดตัวแรง คุกเข่าขอแต่งงานครั้งนั้น ?

“จริงๆมันก็เป็นความผิดของเรา ด้วยความที่เรารัก พอเรารักเราก็เต็มที่ แต่เพราะวัยนั้นเรายังเด็กอาจจะไม่ได้คิดเยอะมากไป แต่เราก็ไม่ซีเรียส เพราะเราก็เต็มที่แล้วกับทุกอย่าง ”

ไม่มีเรื่องมือที่สามมาเกี่ยวข้องเลยใช่ไหม ?

“ไม่มีค่ะ คือทั้งหนูทั้งเขาไม่ใช่คนที่เจ้าชู้กันอยู่แล้วค่ะ”

ขอบคุณข้อมูล : cheri.belle

More in บันเทิง

You cannot copy content of this page